หลายคนคงเคยกิน และเคยได้ยินถึงร้าน “โอ้กระจู๋” กันมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะครับ เพราะไม่งั้นคงไม่รู้จักหุ้นที่ชื่อว่า OKJ แน่นอนครับ ด้วยราคาเปิด IPO 6.70 บาท และเคยขึ้นไปสูงสุดกว่า 17 บาทในวันที่ 8 มกราคม 2568
แต่ในปัจจุบันกลับตกลงมาแบบดิ่งเหวที่ 9.70 บาท ทั้งๆที่คนก็กินเยอะอยู่ ไม่มีข่าวการโกง และสามารถขยายสาขาได้ตามที่ต้องการ แต่ราคากลับสวนทางกันซะงั้น เหตุผลเป็นเพราะอะไร ไปดูกันครับ
ทำไมหุ้น OKJ ถึงร่วง!
หุ้น OKJ (โอ้กะจู๋) ร่วงหนัก เนื่องจากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่
- กำไรต่ำกว่าคาด – รายงานกำไรไตรมาส 4 ปี 2567 อยู่ที่ 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบปีต่อปี แต่ลดลง 35% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568-2569 ลง เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
- โบรกเกอร์ปรับคำแนะนำเป็น “ขาย” – บล.ดาโอ ได้ปรับลดคำแนะนำหุ้น OKJ จาก “ถือ” เป็น “ขาย” และลดราคาเป้าหมายจาก 15 บาท เหลือ 12 บาท สะท้อนถึงผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดและแนวโน้มอัตรากำไรที่ขยายตัวช้ากว่าที่ประเมิน
- ความกังวลของนักลงทุนและข่าวลือ – มีข่าวลือว่าหุ้นถูกบังคับขาย (forced sell) แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่นักลงทุนเกิดความกังวลและพากันขายหนี ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงหนัก
- แนวโน้มเศรษฐกิจและยอดขายสาขาเดิมชะลอตัว – ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ไตรมาส 4/2567 ลดลง 1.8% บ่งชี้ว่าการเติบโตอาจเริ่มชะลอลง ทำให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มในอนาคตของบริษัท
- ราคาหุ้นพุ่งสูงหลัง IPO แล้วปรับฐานลง – หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ ราคาหุ้น OKJ เคยปรับตัวขึ้นถึง 133% ทำให้มีแรงขายทำกำไรตามมา โดยเฉพาะเมื่อผลประกอบการออกมาต่ำกว่าคาด
โดยรวมแล้ว การร่วงลงของหุ้น OKJ มาจากการผสมผสานของปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอลง ความกังวลของนักลงทุน และการปรับคำแนะนำจากโบรกเกอร์ อย่างไรก็ตาม ยังมีแนวโน้มว่าผลประกอบการอาจดีขึ้นในไตรมาส 1/2568 จากการขยายสาขาต่อเนื่อง
วิเคราะห์เหตุผลที่ทำให้ราคากำไรต่ำกว่าคาด
สำหรับเหตุผลหลักที่ทำให้ราคากำไรของ OKJ ออกมาต่ำกว่าคาดถึง 40 ล้าน เนื่องจากสาเหตุหลักเป็นเพราะว่า “ราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น” ครับ?
- อ่าวมันจะแพงได้ยังไง เพราะทางโอ้กระจู๋ก็ปลูกผักเองนิ ไม่ได้ไปซื้อเขามาสักหน่อย
ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า เมื่อตอนที่มีข่าวน้ำท่วม ทางแปลงปลูกผักของโอ้กระจู๋ก็โดนไปด้วยครับ แต่เอาจริงๆ ผลกระทบ 1 แปลงไม่น่ากระทบถึงกำไรขนาดนี้ถูกต้องไหมครับ? เพราะผมก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
แต่ก็มีอีกอย่างครับ คือ การเอาเงินไปขยายสาขา และการจ้างพรีเซ็นเตอร์มาโปรโมท บางคนก็มองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายรอบเดียวจบ แต่หลายๆคนก็มองว่า อาจจะต้องเสียค่าเหล่านี้ไปเรื่อยๆ แถมทางเจ้าของก็ยังไม่มีการออกมาบอกด้วยครับว่า “ค่าใช้จ่ายเหล่านี้” เป็นการจ่ายแล้วจบ หรือต้องมีการจ่ายครั้งต่อๆไปครับ
โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า การจ้างพรีเซ็นเตอร์ ยังไงก็ต้องจ้างและจ่ายต่อเนื่องสำหรับคนใหม่ๆครับ สุดท้ายแล้วก็ต้องรอการแถลง หรือรอดูไตรมาสหน้าว่าจะออกมาตรงตามคาดการณ์ไหมครับ เพราะถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่อาจจะร่วงลงไปต่ำกว่า 6 บาทก็เป็นไปได้ครับ
ขายของก่อนจากกันไปดูหุ้น
สำหรับใครที่เล็งหุ้น OKJ ไว้ก็ลองแบ่งไม้เข้าดูนะครับ แต่ใครที่อยากเอาเงินไปลงอย่างอื่นมากกว่า เพราะมองไม่เห็นอนาคตของหุ้นนี้ในระยะสั้น-กลางเลย ขอแนะนำ “เว็บหวยออนไลน์” ถูกกฎหมายครับ
ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการพนันประเทศอังกฤษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบเกมพนันจากสหรัฐอเมริกา ปลอดภัยโปร่งใส 100%